กรมพัฒนาที่ดิน
 

การเพาะเห็ดฟาง
วัสดุอุปกรณ์ ในการ เพาะเห็ดฟาง
ปัจจัยที่สำคัญ ในการเพาะ เห็ดฟาง
วิธีและขั้นตอน ในการเพาะ เห็ดฟาง แบบกองเตี้ย
การดูแลรักษา
การเก็บเห็ดฟาง
ศัตรูและการ ป้องกันกำจัด
คุณค่าทางอาหาร จากดอก เห็ดฟาง
 
คำนำ

      คนไทยรู้จักบริโภคอาหารจากเห็ดฟาง มานานแล้ว เพราะมีรสดีมีคุณค่าทางอาหาร สูงกว่าพืชผักหลายชนิด และไม่มีการ ใช้สารฆ่าแมลง การเพาะก็ทำได้ง่าย วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้เพาะก็หาได้ง่าย ส่วนใหญ่ เป็นวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตร และการเพาะเห็ดฟาง ก็สามารถทำได้ตลอดทั้งปี จึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการคิดค้นดัดแปลง วัสดุเพาะ วิธีเพาะ และอาหารเสริม เพื่อเพิ่มผลผลิต ได้มาก
 
      เมื่อเกี่ยวข้าวและนวดข้าวเสร็จแล้ว พื้นที่ปลูก 1 ไร่ ถ้าได้ข้าวเปลือก 100 ถัง จะมีฟางเหลือ ประมาณ 3,000 กก. การเพาะเห็ดฟางโดยทั่วไปถ้าใช้ฟางแห้ง 10 กก. จะผลิตเห็ดฟางสดได้ 1 กก. ดังนั้น ฟาง 3,000 กก. จะได้เห็ดสด 300 กก. ซึ่งขายได้ กก.ละ 20-30 บาท จะได้เงินอีก 6,000-9,000 บาท
      ดังนั้น การส่งเสริมการเพาะเห็ดฟางเพื่อเป็นอาชีพหลัก หรือใช้เป็นอาชีพเสริมหลังฤดูทำนา เพื่อเพิ่มรายได้แก่ เกษตรกร จึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนมากด้านหนึ่ง
      ลักษณะของการเพาะเห็ดฟางในปัจจุบันนี้มีอยู่หลายวิธี คือ การเพาะเห็ดฟาง แบบกองสูง, การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย, การเพาะเห็ดฟางจากเปลือกฝักถั่ว, การเพาะเห็ดฟางแบบ โรงเรือน หรืออุตสาหกรรม เป็นต้น
      การเพาะเห็ดฟางแบบกองสูงนั้น ในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมทำกันนัก เพราะใช้เวลาการเพาะนาน อีกทั้งต้องเสียเวลา ในการดูแลรักษานานอีกด้วย
      ส่วนวิธีการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยนั้น กำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะมีวิธีการทำที่ง่าย ทั้งวัสดุที่ใช้เพาะก็หาได้ง่าย และผลผลิตที่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ในที่นี้จะกล่าวรายละเอียด เฉพาะการเพาะแบบกองเตี้ยเท่านั้น

สิ่งจำเป็นในการเพาะเห็ดฟาง
วัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะ ใช้ฟางตากแห้งสนิทซึ่งเก็บไว้โดยไม่เปียกชื้น หรือขึ้นรามาก่อน ใช้ได้ทั้งฟางข้าวเหนียว ฟางข้าวจ้าว ฟางข้าวที่นวดเอาเมล็ดออกแล้ว และส่วนของตอซังเกี่ยว หรือถอนก็ใช้ได้ดี ถ้าเปรียบเทียบวัสดุที่ใช้ในการ เพาะต่าง ๆ แล้ว ตอซังจะดีกว่าปลายฟางข้าวนวด และวัสดุอื่น ๆ มาก เนื่องจากตอซังมีอาหารมากกว่า และอุ้มน้ำได้ดี กว่าปลายฟาง
อาหารเสริม การใส่อาหารเสริมเป็นส่วนช่วยให้เส้นใยของเห็ดฟาง เจริญได้ดี และทำให้ได้ดอกเห็ดมากกว่าที่ ไม่ได้ใส่ถึงประมาณเท่าตัว อาหารเสริมที่นิยมใช้อยู่เป็นประจำ ได้แก่ ละอองข้าว ปุ๋ยมูลสัตว์หรือปุ๋ยคอกแห้ง ไส้นุ่น ไส้ฝ้าย ผักตบชวาตากแห้งแล้วสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ จอกแห้ง และเศษพืชชิ้นเล็ก ๆ ที่นิ่ม และอุ้มน้ำได้ดี เหล่านี้ก็มีส่วนใช้เป็น
อาหารเสริมได้เช่นกัน
เชื้อเห็ดฟางที่จะใช้เพาะ การเลือกซื้อเชื้อเห็ดฟาง เพื่อให้ได้เชื้อเห็ดที่มีคุณภาพดี และเหมาะสมกับราคามี หลักเกณฑการพิจารณาประกอบดังนี้ คือ
- เมื่อจับดูที่ถุงเชื้อเห็ด ควรจะต้องมีลักษณะเป็นก้อนแน่น มีเส้นใยของเชื้อเห็ดเดินเต็มก้อนแล้ว
- ไม่มีเชื้อราชนิดอื่น ๆ หรือเป็นพวกแมลง หนอน หรือตัวไร เหล่านี้เจือปน และไม่ควรจะมีน้ำอยู่ก้นถุง ซึ่งแสดงว่าชื้นเกินไป ความงอกจะไม่ดี
- ไม่มีดอกเห็ดอยู่ในถุงเชื้อเห็ดนั้น เพราะนั่นหมายความว่า เชื้อเริ่มแก่เกินไปแล้ว
- ควรผลิตจากปุ๋ยหมักของเปลือกเมล็ดบัวผสมกับขี้ม้า หรือไส้นุ่นกับขี้ม้า
- เส้นใยไม่ฟูจัดหรือละเอียดเล็กเป็นฝอยจนผิดธรรมดา ลักษณะของเส้นใยควรเป็นสีขาวนวล เจริญคลุมทั่วทั้งก้อนเชื้อเห็ดนั้น
- ต้องมีกลิ่นหอมของเห็ดฟางด้วย จึงจะเป็นก้อนเชื้อเห็ดฟางที่ดี
- เชื้อเห็ดฟางที่ซื้อต้องไม่ถูกแดด หรือรอการขายไว้นานจนเกินไป
- เชื้อเห็ดฟางที่ซื้อมานั้น ควรจะทำการเพาะภายใน 7 วัน
- อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาใด ๆ ของผู้ขาย ควรสอบถามจากผู้ที่เคยทดลอง เพาะมาก่อนจะดีกว่า นอกจากนี้ควร
มีการตรวจสอบเชื้อเห็ดฟางจากหลายยี่ห้อ เชื้อเห็ดฟางยี่ห้อใดให้ผลผลิตสูง ก็ควรเลือกใช้ยี่ห้อนั้น มาเพาะจะดีกว่า
- ราคาของเชื้อเห็ดฟางไม่ควรจะแพงจนเกินไป ควรสืบราคาจากเชื้อเห็ดหลาย ๆ ยี่ห้อ เพื่อเปรียบเทียบดูด้วย
สถานที่เพาะเห็ด เนื่องจากการเพาะเห็ดฟางเป็นการเพาะบนดิน ดังนั้นเราต้องคำนึง ถึงสภาพแวดล้อมแปลงเพาะ นั้นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต้องเป็นบริเวณ ที่ไม่มียาฆ่าแมลง หรือยากันเชื้อรา น้ำไม่ท่วมขัง มีการระบายน้ำได้ดี และต้องเป็นที่ไม่เคยใช้เพาะเห็ฟางมาก่อน ถ้าเคยเพาะเห็ดฟางมาก่อนก็ควรจะทำความสะอาด ที่บริเวณนั้น โดยการขุด ผลึกดินตากแดดจัด ๆ ไว้สัก 1 อาทิตย์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ บนดินที่จะเป็นพาหะ ของโรคและแมลงต่อเชื้อเห็ดที่เรา จะเพาะในที่ดินนั้นได้ดีขึ้น
      สรุปแล้วที่กองเพาะเห็ดควรเป็นสถานที่ที่โล่งแจ้ง และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ สภาพดินบริเวณนั้นจะต้อง ไม่เค็ม เพราะความเค็มของดิน จะทำให้เส้นใยเห็ด ไม่รวมตัวกัน เป็นดอกเห็ดได้
ไม้แบบ ไม้แบบที่ใช้ในการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย ทำจากไม้กระดานตอก เป็นกรอบแบบลังไม้ รูปสี่เหลี่ยมคางหมู ขนาดของไม้แบบ หรือกรอบลังไม้นี้ ไม่ควรใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ขนาดของไม้แบบ หรือกรอบลังไม้ที่ปกติใช้กันก็คือ มีฐานกว้าง 35-40 เซนติเมตร ด้านบนกว้าง 25-30 เซนติเมตร สูง 35-40 เซนติเมตร ความยาวของแบบพิมพ์ กรอบไม้นี้ควรจะมีขนาด 1-1.5 เมตร
ผ้าพลาสติกเพื่อใช้ในการคลุมกองเห็ด ส่วนมากมักจะใช้ผ้าพลาสติกใส เพราะราคาถูกและประหยัดดี ซื้อครั้ง เดียวก็ใช้ได้หลายครั้ง
บัวรดน้ำ จะเป็นบัวพลาสติก หรือบัวสังกะสีก็ใช้ได้ทั้งนั้น ขอให้ใช้ตักน้ำได้ และรดน้ำแล้ว ได้น้ำเป็นฝอย ๆ ก็ใช้ ได้แล้ว ปัจจุบันที่ทำมาก ๆ จะใช้เครื่องสูบไดโว่ หรือเครื่องสูบน้ำ ฉีดน้ำ เป็นฝอยรดกองฟางให้เปียกชุ่มก่อนเริ่มการหมัก ได้ก็จะสะดวกดี
วัสดุอุปกรณ์ในการเพาะเห็ดฟาง

วัสดุอุปกรณ์ในการเพาะเห็ดฟาง ประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
1. ไม้แบบ



2. เชื้อเห็ดฟาง



3. อาหารเสริมและบัวรดน้ำ



ปัจจัยที่สำคัญในการเพาะเห็ด

วิธีจะพิจารณาว่าดินดีหรือไม่ จะต้องพิจารณาร่วมกัน 2 ลักษณะคือ
1. สภาพอากาศที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดฟาง
      เห็ดฟางชอบอากาศร้อน อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียส ขึ้นได้ดี ทั้งในฤดูฝนและในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต ของดอกเห็ดได้ดีอยู่แล้ว ส่วนในช่วงอากาศหนาว ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวย ต่อการเติบโต ของดอกเห็ดฟาง สำหรับทางภาคใต้ ก็สามารถจะเพาะ เห็ดฟางได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีฝนตก ไม่มากเกินไปนัก
      จึงเห็นได้ว่า การเพาะเห็ดฟาง ของประเทศไทยเราสามารถเพาะ ได้ตลอดปี แต่หน้าหนาวผลผลิตจะลดน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้ราคาสูง หลังฤดูเกี่ยวข้าวอากาศร้อน ฟางและแรงงานมีมาก มีคนเพาะมาก จึงเป็นธรรมดา ที่เห็ดจะมีราคาต่ำลง ในฤดูฝน ชาวนาส่วนมากทำนา การเพาะเห็ดน้อยลง ราคาเห็ดฟางนั้นก็จะดีขึ้น
2. เรื่องความชื้น
      ความชื้นเป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดฟางมาก เป็นตัวกำหนด การเจริญ ของเส้นใยเห็ดที่สำคัญ ถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบาย อากาศภาย ในกองไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป
      ความชื้นเป็นส่วนสำคัญในการเพาะเห็ดฟางมาก เป็นตัวกำหนด การเจริญของเส้นใยเห็ดที่สำคัญ ถ้าความชื้นมีน้อยเกินไป เส้นใยของเห็ด จะเดินช้า และรวมตัวเป็นดอกไม่ได้ ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศ ภายในกองไม่ดี ถ้าเส้นใยขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เส้นใยฝ่อ หรือเน่าตายไป
      น้ำที่จะแช่หรือทำให้ฟางชุ่มควรต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนาน ๆ จนมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรจะนำมาใช้ในการเพาะเห็ดฟางที่ดีนั้น น้ำที่ใช้ในการงอกเส้นใยเห็ด จะมาจากในฟางที่ อุ้มเอาไว้ และความชื้น จากพื้นแปลงเพาะนั้น ก็เพียงพอแล้ว ปกติขณะที่เพาะไว้เป็นกองเรียบร้อยแล้วนั้นจึงไม่ควรจะมี การให้น้ำอีก ควรจะรดเพียงครั้งเดียว คือระหว่างการหมักฟาง เพาะทำกองเท่านั้น หรืออาจจะช่วยบ้างเฉพาะในกรณีที่ ความชื้นมีน้อย หรือแห้งจนเกินไป การให้ความชื้นนี้โดยการโปรยน้ำจากฝักบัว รอบบริเวณข้าง ๆ แปลงเพาะเท่านั้นก็พอ
3. แสงแดด
      เห็ดฟางไม่ชอบแสงแดดโดยตรงนัก ถ้าถูกแสงแดดมากเกินไป เส้นใยเห็ดอาจจะตายได้ง่าย กองเห็ดฟางเพาะเห็ดหลังจากทำกองเพาะเรียบร้อยแล้ว จึงควรจะทำการคลุมกองด้วยผ้าพลาสติก และใช้ฟางแห้ง หรือหญ้าคาปิดคลุมทับอีก เพื่อพรางแสงแดดให้ ด้วยดอกเห็ดฟาง ที่ไม่โดนแสงแดดจัด มีสีขาวนวลสวย ถ้าดอกเห็ดฟาง โดนแดดแล้วจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีดำเร็วขึ้นกว่าปกติ
วิธีการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย

     เป็นวิธีการที่ได้ประยุกต์มาจากการเพาะเห็ดฟาง แบบกองสูง ข้อดีของการเพาะ เห็ดฟางแบบกองเตี้ยก็คือ สามารถจะใช้วัสดุเพาะได้หลายอย่าง เช่น ฟาง ผักตบชวา ต้นถั่ว ต้นกล้วย ขี้เลื่อยที่ผุแล้ว ชานอ้อย เหล่านี้เป็นต้น
 
     เป็นการเพาะที่ใช้วัสดุน้อยแต่ได้ผลผลิตดอกเห็ดได้สูง แต่เมื่อเห็ดออกดอก แล้วใช้เวลาการ เก็บผลผลิตทั้งหมดได้ในระยะเวลาสั้นมาก สามารถรู้ผลผลิต ค่อนข้างแน่นอน และเหมาะในการเพาะเป็นอาชีพหรือทำ ไว้เพื่อใช้กินเอง ในครัวเรือน เนื่องจากการเพาะเห็ดฟาง แบบกองเตี้ยนี้ขนาดกองเล็กมาก ดังนั้นเพื่อสะดวกในการเพาะ จึงนิยมทำไม้แบบเพื่อจะอัดวัสดุที่จะเพาะ ให้เป็นรูปกองเล็ก ๆ ได้
      วิธีการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย
1. เตรียมดินให้เรียบ พลิกหน้าดินตากแดดไว้ 3-4 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรค
 
2. การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยใช้ได้ทั้งตอซัง และปลายฟางถ้าเป็นตอซังแช่น้ำพออ่อนตัว ก็นำมาเพาะได้ ปกติประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นปลายฟางแข็ง ๆ ควรแช่น้ำประมาณ 1-2 วัน
 
หรือจุ่มน้ำแล้วนำมากองสุมกันไว้ ประมาณ 1 คืน ให้อิ่มตัวนิ่มดี เสียก่อนจึงจะใช้ได้ดี ถ้าเป็นผักตบชวา หรือต้นกล้วยจะสับหรือไม่สับก็ได้ แต่ต้อง แช่น้ำพอนิ่ม ปกติแช่น้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วนำมาใช้กองได้เลย
3. หลังจากแช่น้ำวัสดุที่จะใช้เพาะได้ที่แล้ว ให้นำวัสดุที่ใช้เพาะนั้น ใส่ลงในกะบะไม้ ที่วางเอาด้านกว้างซึ่งมี ลักษณะป้านลงสัมผัสพื้น ให้ด้านแคบอยู่ข้างบนใส่ให้สูงประมาณ 4-6 นิ้ว ถ้าเป็นตอซังให้วางโคนตอซังหันออกด้านนอก ส่วนปลายอยู่ด้านในใช้มือกดฟางให้แน่นพอสมควร แต่ถ้าเป็นปลายฟางควรขึ้นไปย่ำพร้อมทั้งรดน้ำให้ชุ่ม ข้อควรระวัง อย่าให้แฉะหรือแห้งจนเกินไป
 

4. นำอาหารเสริมที่ชุบน้ำแล้วโรยเป็นแถบกว้าง ประมาณ 2 นิ้ว รอบ ๆ ด้านทั้งสี่ด้านหนาประมาณ 1 นิ้ว
 

5. แบ่งเชื้อเห็ดฟางจากถุงซึ่งปกติเชื้อเห็ดฟาง 1 ถุง หนักประมาณ 200 กรัม ออกเป็น 3-4 ส่วน เท่า ๆ กัน จากนั้นโรยเชื้อเห็ดฟาง 1 ส่วน โดยโรยลงบนอาหารเสริมให้ทั่ว และชิดกับขอบของแบบไม้ทั้งสี่ด้านก็เป็นการเสร็จชั้นที่ 1
 

6. ทำชั้นที่ 2 และ 3 หรือ 4 ต่อไปก็ทำเช่นเดียวกับชั้นที่ 1 ทุกอย่าง เมื่อทำมาถึงขั้นสุดท้าย ให้โรยอาหาร เสริมและเชื้อเห็ดให้เต็มทั่วหลังแปลง
 

7. นำฟางที่แช่น้ำมาปิดทับให้หนา 1-2 นิ้ว แล้วเอาแบบไม้ออก โดยใช้มือข้างหนึ่งกดกองฟางไว้ และทำกองอื่น ต่อ ๆ ไป
 

8. ทำกองอื่น ๆ ต่อไปให้ขนานกบกองแรก โดยเว้นระยะห่าง ประมาณ 6-12 นิ้ว
 

9. ช่องว่างระหว่างกองแต่ละกองสามารถ ใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการเพิ่มผลผลิตได้อีก โดยอาจจะโรยเชื้อ เห็ดฟาง ลงไปบนช่องว่างระหว่างกอง เพราะบริเวณนี้ก็สามารถทำให้เกิดดอกเห็ดได้ จากนั้น รดน้ำดินรอบ ๆ กองให้เปียกชื้น
 

10. คลุมกองฟางด้วยผ้าพลาสติก โดยใช้ 2 ผืนเกยทับกันตรงกลางคลุมให้สูงกว่ากองฟาง เล็กน้อยโดยคลุม เป็นแถว ๆ ถ้าอากาศร้อน ให้คลุมห่าง อากาศเย็นให้คลุมชิด หรืออาจคลุมติดกองเลย
 

ในกรณีอากาศเย็นจัด การ คลุมพลาสติกเป็นเรื่องสำคัญที่แต่ละแห่งในแต่ละ ฤดูจะต้องดัดแปลง ไปตามความต้องการของเห็ด คือ ช่วงระยะแรก ราววันที่ 1-2 เชื้อเห็ดต้องการอุณหภูมิประมาณ 35-38 ํซ. และ ในวันต่อ ๆ มา ต้องการอุณหภูมต่ำลง เรื่อย ๆ จนราว วันที่ 8-10 ซึ่ง เป็นวันที่เก็บผลผลิตนั้น ต้องการอุณหภูมิราว 30 องศาเซลเซียส

11. นำฟางแห้งมาคลุม ทับผ้าพลาสติกอีกครั้งหนึ่ง จนมิด เพื่อป้องกันแสงแดด แล้วใช้ของหนัก ๆ ทับปลายผ้า ให้ติดพื้นกันลมตี
 
การดูแลรักษา

      1. การดูแลรักษากองเห็ด ให้ใช้ผ้าพลาสติกใสหรือสีก็ได้ ถ้าป็น ผ้าพลาสติก ยิ่งเก่าก็ยิ่งดีคลุม แล้วใช้ฟางแห้งคลุมกันแดดกันลม ให้อีกชั้นหนึ่ง ควรระวังในช่วงวันที่ 1-3 หลังการกองเพาะเห็ด ถ้า ภายในกองร้อนเกินไป ให้เปิดผ้าพลาสติกเพื่อระบายความร้อนที่ร้อน จัดจนเกินไป และให้อากาศ ถ่ายเทได้สะดวกขึ้น ดูแลให้ดีก็จะเก็บ ดอกเห็ดได้ประมาณในวันที่ 8-10 โดยไม่ต้องรดน้ำเลย ผลผลิต โดยเฉลี่ยจะได้ดอกเห็ดประมาณ 1-2 กิโลกรัม ต่อกอง
      2. การตรวจดูความร้อนในกองเห็ด โดยปกติเราจะรักษา อุณหภูมิในกองเห็ด โดยเปิดตากลม 5-10 นาที แล้วปิดตามเดิม ทุกวันเช้าเย็น ถ้าวันไหนแดดจัด อุณหภูมิสูงความร้อนในกองเห็ดมาก ก็ควรเปิดชายผ้าพลาสติกให้นานหน่อย เพื่อระบายความร้อนใน กองเห็ด วิธีตรวจสอบความชื้นทำได้โดย ดึงฟาง ออกจากกองเพาะ แล้วลองบิดดู ถ้าน้ำไหลออกมาเป็นสายแสดงว่าแฉะไป แต่ถ้ากองฟาง แห้งไปเวลาบิดจะไม่มีน้ำซึมออกมาเลย ถ้าพบว่า กองเห็ด แห้งเกินไปก็ควรเพิ่มความชื้นโดยใช้บัวรดน้ำเป็นฝอยเพียงเบา ๆ ให้ชื้น หลังจากทำการเพาะเห็ดประมาณ 1 อาทิตย์ จะเริ่มมีตุ่มดอกเห็ดสีขาว เล็ก ๆ ในช่วงนี้ต้องงดการให้น้ำโดยตรงกับดอกเห็ด ถ้าดอกเห็ด ถูกน้ำในช่วงนี้ ดอกเห็ดจะฝ่อและเน่าเสียหาย ให้รดน้ำที่ดินรอบกอง

การเก็บเห็ดฟาง

      เมื่อกองฟางเพาะเห็ดไปแล้ว 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็ก ๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโต เป็นเห็ดต่อไป เกษตรกรจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะ ความร้อน ช่วยเร่งการเจรญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่า ไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็ก ๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อ ดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดขึ้นทั้งกระจุกโดยใช้มือจับ ทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวา เล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน
 
ศัตรูและการป้องกันกำจัด

1. แมลง เช่น มด ปลวก ไรเห็ด วิธีแก้ไขโดยใช้สารเคมีพวก เซฟวินโรยรอบๆ กอง ห่างประมาณ 1 ศอก อย่าโรยในกองทำประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเริ่มกองเห็ดและควรจะโรยสารเคมีนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะเริ่มกองเห็ด แต่อย่าโรยภายในกอง เพราะจะมีผลต่อการ ออกดอก ทั้งยังมีสารพิษตกค้างในดอกเห็ดซึ่งเกิดอันตรายต่อผู้กิน
2. เห็ดคู่แข่ง คือเห็ดที่เราไม่ได้เพาะแต่ขึ้นมาด้วย หรือเชื้อโรค อื่นๆ ที่เป็นศัตรูของเห็ดฟาง เช่น พวกราต่าง ๆ วิธีแก้คือการเก็บ ฟางไม่ควรให้ถูกฝน และถ้ามีราขึ้นให้หยิบฟางขยุ้มนั้นทิ้งให้ไกลกองเพาะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม
1. ในการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตื้ยนั้น หากมีการเพาะหลาย ๆ กองเรียงกันแล้ว จะสามารถใช้ประโยชน์จากเนื้อที่ระหว่างกอง แต่ละกองได้อีกด้วย เนื่องจากขณะรดน้ำก็จะมีธาตุอาหาร อาหารเสริม เส้นใยเห็ดที่ถูกน้ำชะไหลลงไปรวมอยู่บริเวณพื้นที่ ระหว่างกอง จึง ทำให้บริเวณนั้น มีอาหารครบถ้วนต่อการเกิดดอกเห็ด และยิ่งถ้าให้ ความเอาใจใส่ดูแลอย่างดี หมั่นตรวจดูความชื้น อุณหภูมิ ให้เหมาะสม ต่อการเกิดดอกด้วยแล้ว พื้นที่ระหว่างกองนั้นก็จะให้ดอกเห็ดได้ อีกด้วย
2. ฟางที่จะใช้สำหรับการเพาะนั้นจะใช้ตอซัง หรือจะใช้ฟางที่ ได้จากเครื่องนวดข้าวก็ได้
3. หลังจากเก็บดอกเห็ดหมดแล้ว ควรเอากองเห็ดหลาย ๆ กอง มาสุมรวมกันเป็นกองใหม่ให้กว้างประมาณ 80 ซม. ทำแบบการเพาะ เห็ดกองสูง แล้วรดน้ำพอชุ่มคลุมฟางได้สัก 6-8 วัน ก็จะเกิดดอกเห็ด ได้อีกมากพอสมควรเก็บได้ประมาณ 10-15 วันจึงจะหมด วัสดุที่ใช้นี้ หลังจากเพาะเห็ดฟางแล้ว สามารถนำไปเพาะเห็ดอย่างอื่นได้อีกด้วย โดยแทบไม่ต้องผสมอาหารเสริม อื่น ๆ ลงไปอีกเลย หรือจะใช้เป็น ปุ๋ยหมักสำหรับต้นไม้ก็ได้ มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับปุ๋ยอินทรีย์ที่ กทม. ขายอยู่นั้นมาก
4. เมื่อเก็บดอกเห็ดหมดแล้ว นำฟางจากกองเห็ดเก่านี้ไปหมักเป็นปุ๋ยหมัก ใช้กับพืชอื่น ๆ ต่อไป หรือนำฟางที่ได้จากการเพาะเห็ด ไปเพาะเห็ดนางรม เป๋าฮื้อ ก็ได้
5. การขุดดินตากแดด 1 สัปดาห์ ย่อยให้ดินร่วนละเอียด จะทำให้ผลผลิตเห็ด ได้มากกว่าเดิมอีก 10-20% เพราะเห็ดเกิดบนดิน รอบ ๆ ฟางได้
6. การเปลี่ยนวิธีคลุมกองเห็ดตั้งแต่วันที่ 4 นับจากการเพาะ เป็นต้นไป ให้เป็นแบบหลังคาประทุนเรือจะทำให้ได้เห็ดเพิ่มขึ้น
 
คุณค่าทางอาหารจากดอกเห็ดฟาง

     
คุณค่าทางอาหาร เห็ด ฟางสด เห็ดฟางแห้ง
โปรตีน 3.40% 49.04%
ไขมัน 1.80% 20.63%
คาร์โบไฮเดรท 3.90% 17.03%
เถ้า - 13.30%
พลังงาน 44 แคลอรี่ 4170 แคลอรี่
แคลเซียม 8 มิลลิกรัม 2.35% ของเถ้า
เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม 0.99% ของเถ้า
ฟอสฟอรัส - 30.14% ของเถ้า


ที่มา : วารสารเห็ด 2(1) : 40-41 (2525)

 



หน้าแรก ] คำแนะนำเรื่องดิน ] คำแนะนำเรื่องพืช ]


ข้าวขาวดอกมะลิ 105  ] การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ] มันสำปะหลัง ] การปลูกยางพารา  ]
การจัดการดินและใช้ปุ๋ยในไร่อ้อย ] การเพาะเห็ดฟาง ] การปลูกมะนาว ]
การขยายพันธุ์ลำไย ] การปลูกสับปะรด ]
การปลูกทุเรียน ]

Send mail to cit_1@ldd.go.th with questions
or comments about this web site.